Header Ads

สมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย ฉลองครบรอบ 2 ทศวรรษ เดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์ ผลักดันกีฬาขี่ม้าโปโลไทยสู่ระดับโลก


วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567
ณ ห้อง อีเทอร์นิตี้บอลรูม โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ สมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย จัดงานแถลงข่าวก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 อย่างเต็มภาคภูมิ เดินหน้าพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาขี่ม้าโปโลไทย สืบต่อเจตนารมณ์ คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ผู้ก่อตั้งสมาคมฯ พร้อมยกระดับกีฬาขี่ม้าโปโลของไทยให้มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล ชูแผนการบรรจุกีฬาขี่ม้าโปโลในการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ และการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลในปีฤดูกาล 2567 ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายกนกศักดิ์ ปิ่นแสง นายกสมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนักกีฬาขี่ม้าโปโลทีมชาติไทย และเซเลบริตี้ผู้ชื่นชอบในกีฬาขี่ม้าโปโลร่วมงาน อาทิ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา, อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา, พลอย ปิ่นแสง, ชนม์นฤทธ์ โตมงคล, ณัฐพงษ์ ประทุมลี, ธนาศิลป์ เชื้อวังคำ, สาธิต วงค์กระโซ่, ซอนย่า คูลลิ่ง, ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช, อนุสรณ์ มณีเทศ (โย่ง อาร์มแชร์) และณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์


ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการ 2 ทศวรรษสมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของสมาคมฯ พร้อมเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ในโอกาสครบรอบ 20 ปี สมาคมฯ ได้นำถ้วยรางวัลเกียรติยศจากการแข่งขันทั้ง 4 รายการมาจัดแสดงอีกด้วย ได้แก่ All Asia Cup, The Ambassador Cup, International Ladies’ Polo Tournament และ Thailand Polo Championship



นายกนกศักดิ์ ปิ่นแสง นายกสมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย
กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา สมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย มุ่งมั่น ส่งเสริมให้กีฬาขี่ม้าโปโลของไทยเข้าสู่มหกรรมกีฬานานาชาติ รวมไปถึงการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรายการสำคัญในระดับสากล จนทำให้กีฬาขี่ม้าโปโลไทยเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้สนใจกีฬาขี่ม้าโปโล ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก โดยนักกีฬาที่อยู่ภายใต้สังกัดของสมาคมจะมีตารางการฝึกซ้อมพร้อมโค้ชคอยดูแล รวมถึงการจัดตารางแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งในปัจจุบันทางสมาคมฯ ได้มีการส่งนักกีฬา อาทิ คุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา และคุณอภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา ไปร่วมแข่งขันที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นรายการแข่งขันที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก อีกทั้งยังมีแผนจะจัด Youth Camp ให้กับเยาวชนที่สนใจในกีฬาขี่ม้าโปโลอีกด้วย 


สำหรับเป้าหมายสำคัญที่สมาคมฯ กำลังเร่งดำเนินการอยู่ขณะนี้ คือ การพยายามให้กีฬาขี่ม้าโปโลถูกบรรจุในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ในปี 2568 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยทางสมาคมฯ มีความพร้อมทุกด้านไม่ว่าจะเป็นสนามแข่งขัน ม้า บุคลากรที่มีความพร้อม และสิ่งอำนวยความสะดวกตามมาตรฐานสากล ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนเสนอขออนุมัติจากคณะมนตรีซีเกมส์ โดยคาดว่าจะทราบผลในไม่ช้านี้ โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือการคว้าเหรียญทองให้กับประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้ทัพกีฬาขี่ม้าโปโลไทยเคยคว้าเหรียญเงิน และเหรียญทองแดงมาครองเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อปี 2550 และ 2560 ตามลำดับ


นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา นักกีฬาขี่ม้าโปโลทีมชาติไทย
กล่าวว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมในการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ของสมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย ปี 2567 จะจัดขึ้นทั้งหมด 4 รายการ ประเดิมรายการแรกด้วย All Asia Cup ในวันที่ 4-10 กุมภาพันธ์นี้ โดยในปีนี้จะมีทีมเข้าร่วมแข่งขันจาก 5 ประเทศ ได้แก่ บรูไน จีน ฟิลิปปินส์ มองโกเลีย และไทย โดยประเทศไทยได้จัดทัพนักกีฬาขี่ม้าโปโลทีมชาติเข้าร่วมศึกชิงชัยในครั้งนี้ด้วย และคาดว่าจะเป็นการแข่งขันที่เข้มข้น เพราะเชื่อว่าทุกทีมฝึกซ้อมกันมาอย่างเต็มที่

(ซ้าย) นายกนกศักดิ์ ปิ่นแสง และนายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา , (ขวา) นายอภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา
นอกจากนี้ จะมีการจัดการแข่งขันอีก 3 รายการที่สำคัญ ได้แก่ รายการ The Ambassador Cup และรายการขี่ม้าโปโลหญิง International Ladies’ Polo Tournament ในเดือนมีนาคม ปิดท้ายทัวร์นาเม้นต์ด้วยรายการ Thailand Polo Championship ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นสนามสำหรับนักกีฬาหน้าใหม่เพื่อพัฒนาศักยภาพและเตรียมความพร้อมสำหรับการก้าวไปสู่นักกีฬาขี่ม้าโปโลทีมชาติไทยในอนาคต

นายชนม์นฤทธ์ โตมงคล นักกีฬาขี่ม้าโปโลดาวรุ่งชาวไทย
สำหรับการจัดการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลประจำปี 2567 ได้รับการสนับสนุนหลักจาก บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด, กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด และบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด รวมถึงสามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดเกี่ยวกับกีฬาขี่ม้าโปโลเพิ่มเติม พร้อมชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันได้ที่ Facebook / Instagram: Thailand Polo Association


ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.