Header Ads

CEYE มาเหนือเมฆ ปี 65 กำไรพุ่ง 83% ปันผลให้ผู้ถือหุ้น 0.15 บ. ปี 66 คาดรายได้โตมีนัยสำคัญ หลังผนึกพันธมิตร บุกครีเอทีฟ-โปรดักชั่นครบวงจร


บมจ. ตาชำนิ หรือ CEYE มาเหนือเมฆ ประกาศงบการเงินปี 65 กำไรพุ่งเกือบ 83% อยู่ที่ 52 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมโตกว่า 34% อยู่ที่ 366 ล้านบาท หลังโควิด-19 คลี่คลาย หนุนงานคัมแบ็กสดใส บอร์ดไฟเขียวเงินปันผลหุ้นละ 0.15 บาท กำหนด XD วันที่ 28 เมษายน 66 สร้างความเชื่อมั่นธุรกิจแข็งแกร่ง ย้ำผู้นำครีเอทีฟโฆษณาที่ครบวงจร จับตาหลังผนึก 2 พันธมิตร บุกอุตสาหกรรม Post Production – Advertising Agency สตอรี่ใหม่ ๆ รออยู่ และจะเริ่มรับรู้รายได้ของทั้ง 2 บริษัทเข้ามาในงบของ CEYE ตั้งแต่ไตรมาส 1 ปีนี้ หนุนปี 66 รายได้โตพีค ขณะที่บริษัทฯ พร้อมรับงานแบบไร้ขีดจำกัด

นางสาวสุวรรณี สุวรรณแสงโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ตาชำนิ จำกัด (มหาชน) หรือ CEYE เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดปี 2565 (สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2565) ว่า บริษัทฯ มีรายได้รวม 365.71 ล้านบาท จากปี 2564 มีรายได้ 272.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 92.97 ล้านบาท หรือ 34.09% และมีกำไรสุทธิ 52.02 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 14.35% เพิ่มขึ้นจากปี 2564 จำนวน 23.57 ล้านบาท หรือ 82.87%

สำหรับรายได้ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในไตรมาส 1/2565 และไตรมาส 4/2565 ส่วนหนึ่งเกิดจากลูกค้าในอุตสาหกรรมอุปโภคบริโภค โอเปอเรเตอร์ค่ายต่าง ๆ ที่ให้บริการในประเทศไทย บริการโอทีที (บริการเนื้อหาวิดีโอโดยการสตรีมผ่านอินเทอร์เน็ต) อุตสาหกรรมยานยนต์ และ บริษัทอีคอมเมิร์ซ กลับมาดำเนินกิจกรรมด้านการขายและการตลาด

ประกอบกับการผ่อนปรนและการปรับตัวของกลุ่มบริษัทในมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้เข้ากับฐานวิถีชีวิตใหม่ (New normal) มากขึ้น รวมถึงอุปสงค์ของอุตสาหกรรมและความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น โดยกลุ่มธุรกิจที่มีผลการดำเนินงานปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ การบริหารสื่อออนไลน์ (Social media management) และสื่อออนไลน์ (Online media) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต

สำหรับสัดส่วนรายได้ปี 2565 มาจากรายได้จากการให้บริการผลิตภาพนิ่ง สัดส่วน 53.22% รายได้จากการให้บริการผลิตภาพเคลื่อนไหว 24.01% รายได้จากการให้บริการตกแต่งภาพด้วยคอมพิวเตอร์ 10.08% รายได้จากการให้บริการเช่าสตูดิโอ 2.54% และรายได้อื่นๆ ประกอบด้วย รายได้จากการบริหารสื่อออนไลน์ 6.70% และ รายได้จากธุรกิจสื่อออนไลน์ 1.68%

“แนวโน้มงานที่กลับมาในปี 2565 เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการที่บริษัทฯ มีกำลังการผลิตที่พร้อมสนับสนุนลูกค้าได้อย่างครบวงจรยิ่งขึ้น และแนวโน้มการขยายตัวของกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ เป็นปัจจัยสนับสนุนผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ซึ่งในปี 2565 บริษัทฯ มีอัตรากำไรขั้นต้น 30.07% และอัตรากำไรสุทธิ 14.22% จากปี 2564 อยู่ที่ 22.9% และ 10.43% ตามลำดับ” นางสาวสุวรรณี กล่าว

อย่างไรก็ดี ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท โดยกำหนด XD วันที่ 28 เมษายน และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 18 พฤษภาคม 2566 ทั้งนี้ ได้กำหนดจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 เมษายน 2566

นางสาวสุวรรณี กล่าวด้วยว่า สำหรับปี 2566 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตจากปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ สาเหตุหลักมาจากธุรกิจเดิมที่ได้รับปัจจัยบวกรับกิจกรรมเศรษฐกิจและภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณาฟื้นตัวหลังยุคโควิด รวมทั้ง การเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ ประกอบกับอุตสาหกรรมบริการดิจิทัลเฟื่องฟู สนับสนุน CEYE ผลิตคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ รองรับความต้องการลูกค้าซึ่งเป็นแบรนด์ชั้นนำในทุกอุตสาหกรรมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

ประกอบกับ การเข้าไปต่อยอดธุรกิจต้นน้ำและปลายน้ำของอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย มุ่งสู่ Total Creative Marketing & Production Solutions ที่สมบูรณ์ หลังเซ็นสัญญาลงนามร่วมกับ บริษัท ซีอาล๊อต บูทีค โพสท์โปรดักชั่น จำกัด (ZEALOTS) ผู้ดำเนินธุรกิจ Post-Production ภาพเคลื่อนไหว และ บริษัท เออเบิร์น มีเดีย ครีเอชั่น จำกัด (UMC) ธุรกิจตัวแทนโฆษณา (Advertising Agency) พร้อมเดินหน้าขยายโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน และทำให้สามารถรับรู้รายได้ของทั้ง 2 บริษัทเข้ามาในงบของ CEYE ตั้งแต่ไตรมาส 1/2566 นี้เป็นต้นไป

ที่มา: ไออาร์ พลัส

ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.